คำแนะนำสำหรับผู้เข้ารับการตรวจการทำงานของลำไส้ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก (anorectal manomet

วันที่ 10 กรกฎาคม 2563      

การตรวจการทำงานของลำไส้ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักคืออะไร


           การตรวจการทำงานของลำไส้ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักเป็นการตรวจสำหรับผู้ป่วยท้องผูกหรือมีความผิดปกติของการกลั้นอุจจาระ เพื่อหาความผิดปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหูรูด การรับความรู้สึกของทวารหนัก และการตอบสนองของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักขณะขมิบก้นหรือเบ่งถ่ายอุจจาระ

ภาพประกอบจาก http://www.squidoo.com/how-to-cure-constipation--naturally

การตรวจการทำงานของลำไส้ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักบอกอะไรได้บ้าง


          ลำไส้ส่วนปลายและหูรูดทวารหนักประกอบด้วยกล้ามเนื้อพิเศษซึ่งทำงานประสานกันเพื่อทำหน้าที่ในการขับถ่ายอุจจาระ โดยปกติเมื่ออุจจาระผ่านลงมาในทวารหนัก ลำไส้ส่วนปลายจะบีบตัว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและต้องการถ่ายอุจจาระกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจะคลายตัวเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนผ่านออกมาได้   ในทางตรงกันข้ามขณะที่ยังไม่ต้องการถ่าย กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจะทำการหดรัดตัวเพื่อป้องกันการถ่ายอุจจาระ หากกล้ามเนื้อหูรูดอ่อนแรง หรือไม่สามารถหดรัดตัวไว้ได้ หรือการรับความรู้สึกบริเวณทวารหนักผิดปกติไป ก็จะส่งผลให้อุจจาระเล็ดหรือกลั้นอุจจาระไม่ได้ตามมา

          การตรวจการทำงานของลำไส้ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจะทำให้ทราบถึงกลไกการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายดังกล่าว ตลอดจนวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหูรูด การคลายตัวของหูรูดทวารหนักระหว่างการถ่ายอุจจาระและการรับความรู้สึกของทวารหนัก ซึ่งมีประโยชน์ในการรักษาโรคท้องผูกเรื้อรังชนิดที่เกิดจากการเบ่งอุจจาระไม่ถูกต้องหรือเกิดจากการเกร็งตัวหรือไม่คลายตัวของหูรูดทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระและโรคกลั้นอุจจาระไม่อยู่ได้  ความผิดปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายดังกล่าวไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาระบาย แต่สามารถให้การรักษาได้ด้วยวิธีฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายและการปรับการรับความรู้สึกในทวารหนักให้เป็นปกติ (biofeedback therapy) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการควบคุมกล้ามเนื้อดังกล่าวให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้อาการท้องผูกและการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ดีขึ้น

ขั้นตอนการตรวจ

          ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและไม่ต้องค้างที่โรงพยาบาล ก่อนตรวจผู้ป่วยอาจถูกขอให้ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของโรงพยาบาล และซักประวัติสั้นๆก่อนเริ่มการตรวจ ระหว่างตรวจผู้ป่วยจะอยู่ในท่านอนตะแคง สายตรวจขนาดประมาณหลอดนมกล่องซึ่งมีลูกโป่งขนาดเล็กอยู่ที่ส่วนปลายจะถูกสอดเข้าไปในทวารหนักลึกประมาณ 5 เซนติเมตร จะมีการใส่น้ำเข้าไปในลูกโป่งดังกล่าวเพื่อดูการตอบสนองของทวารหนักและตรวจวัดความรู้สึกของลำไส้ส่วนปลาย สายอีกด้านจะต่อเข้ากับเครื่องวัดแรงดัน ระหว่างตรวจผู้ป่วยควรให้ความร่วมมือ ทำการขมิบ คลาย และเบ่งเป็นระยะๆ เพื่อดูการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูด หลังการตรวจผู้ป่วยสามารถกลับบ้านและทำกิจกรรมได้ตามปกติ   นอกจากนี้อาจมีการตรวจเพิ่มเติมอีกสองชนิด ประกอบด้วยการตรวจเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ (colonic transit study) และการจับเวลาเบ่งลูกโป่งออกจากทวารหนัก

การตรวจเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ 


          เป็นการตรวจเพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่โดยรวม ผู้ป่วยจะกลืนสารทึบรังสีที่ไม่ดูดซึมและไม่มีพิษต่อร่างกาย หลังจากนั้นจะทำการถ่ายภาพรังสีบริเวณท้อง (x-ray) หลังจากนั้นอีก 3วัน และ5 วัน เพื่อดูการเคลื่อนตัวของสารดังกล่าว ซึ่งเปรียบเสมือนดูการเคลื่อนตัวของอุจจาระในลำไส้ว่าเร็วช้าเพียงใด ผู้ป่วยจะได้รับการถ่ายภาพรังสี (x-ray) เพียง 2 ภาพดังนี้นจึงได้รับปริมาณรังสีต่ำมาก

การจับเวลาเบ่งลูกโป่งออกจากทวารหนัก


          ในการทดสอบการเบ่งไล่ลูกโป่งน้ำออกจากทวารหนัก เจ้าหน้าที่จะทำการใส่ลูกโป่งขนาดเล็กเข้าไปในทวารหนัก จากนั้นจะใส่น้ำปริมาณ 50 มิลลิลิตรเข้าไป เพื่อให้ลูกโป่งขยายตัว ต่อจากนั้นจะให้ผู้ป่วยเบ่งคล้ายการเบ่งถ่ายอุจจาระในห้องน้ำ จับเวลาที่ใช้ในการเบ่งเอาลูกโป่งออก

ความเสี่ยงจากการตรวจ


           การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นการตรวจที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด มีความเสี่ยงน้อยมาก ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้คือ เลือดออก โดยส่วนใหญ่เกิดจากริดสีดวงทวาร ซึ่งไม่รุนแรงและแก้ไขได้

การเตรียมตัวก่อนตรวจ


• ทำการสวนอุจจาระหนึ่งครั้ง 2 ชั่วโมงก่อนนอน และทำการสวนอุจจาระเช้าวันที่ทำการตรวจอีกหนึ่งครั้ง 2 ชั่วโมงก่อนตรวจ
• งดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจ
• สามารถรับประทานยาได้ตามปกติแต่รับประทานก่อนการตรวจอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
• ปัสสาวะก่อนเข้ารับการตรวจ
• แจ้งต่อแพทย์และเจ้าหน้าที่หากแพ้สารลาแทกซ์ (latex)

Download เอกสารแนบ